ฉันวิ่งไปวนมา ป้วนเปี้ยนวนอยู่ในโลกของตัวเอง และนั่นมันทรมานสิ้นดี
ฉันเปิดประตูออกมา ... ป้วนเปี้ยนอยู่ในโลกของใครต่อใครให้พอคลายเหงาลงมาบ้าง
โลกโหดร้ายกับฉันแต่ในความร้อนรนนั้นก็มีลำธารเย็นๆ ไว้ให้เราพอจะรู้สึกสดชื่นได้บ้าง
ฉันวิ่งวนไปในโลกของแต่ละคน วิ่งเขาไปใกล้ ถอยห่างออกมา บางคนก็วิ่งมาหาฉัน
และท่าทีที่เร่งร้อนนั่นมันกระทบให้ฉันถอยกระเด็นห่างออกไป
เธอดูเหมือนร่างเริง แข็งกร้าว ไม่อ่อนหวานเสียเลย
แต่เมื่อฉันได้เรียนรู้ว่าเธอ"ช่างขี้เหงา" อย่างร้ายกาจ
ฉันเรียนรู้ว่าเธอเองก็อ่อนแออย่างที่ฉันไม่อาจทัดเทียม
ฉันไม่รู้หรอกนะว่าฉันเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอตั้งแต่ตอนไหน
มารู้อีกทีก็เมื่อวันที่ฉันรู้สึกว่าเธอกำลังอยากจะจับมือฉันไว้แน่นๆแล้วนั่นแหละ
เธอบอกฉันว่า เธออยากเป็นคนขี้อ้อนในแบบของผู้ชายที่ฉันชอบ
แต่เธอเองทำไม่เป็นเลย เพราะเธอโตมาแบบดูแลตัวเอง และเข้มแข็งมาตลอด
เธอจ๋า ... ผ่านมาได้ราวเดือนกว่าๆ เธอกลายเป็นผุ้ชายขี้อ้อนไปเสียแล้วรู้ไหม
ฉันเคยเจ็บปวดมามากมายกับความรักร้ายๆ เธอรู้ดีใช่ไหมคะ
ฉันรักเวลาที่เรานั่งดูหนังด้วยกันแล้วเธอชอบนั่งทำตัวให้เต็มเก้าอี้แล้วฉันก็ต้องไปนั่งอิงไหล่เธอ
"มันอุ่นดี" เวลาที่เราหนาวแบบนั้น
ฉันรักช่วงเวลาที่เธอมักจะใส่เสื้อนอกคลุมเครื่องแบบของเธอไว้ และเมื่อเราเจอกันเธอก็จะถอดมาให้ฉันห่มดูหนัง
ฉันรักช่วงเวลาที่เธอชอบแกล้งให้ฉันหมั่นไส้ ฉันจะตีเธอ แล้วเธอก็แอบจับแก้มฉันตอนฉันเผลอ
ฉันชอบแกล้งงอนเธอแล้วเธอก็ง้อทุกทีไป ทั้งๆที่รู้ว่าโดนแกล้งก็ตามที
ฉันรักเวลาที่ เธอ ผู้ชายหน้าโหดๆ สะพายกระเป๋าผู้หญิงเวลาฉันบ่นว่ากระเป๋าตัวเองหนัก
ฉันรุ้สึกรักเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน และ อาจจะรักเกินกว่าที่จะเอาเรื่องราวของความรัก
มาทำให้วันหนึ่งเราต้องเลิกรักและไม่เหลือเยื่อใยต่อกัน
ฉันว่ามันเจ็บปวดกว่าถ้าตอนนี้ฉันไม่ยอมรับรักเธอเสียอีก